ลดน้ำหนัก
คาร์ดิโอหรือเวทเทรนนิ่ง แบบไหนลดไขมันได้ดีกว่า
คำตอบสั้น ๆ
ถ้าวัดแค่น้ำหนักและไขมันที่ลด คาร์ดิโอได้เปรียบกว่า งานวิจัย 8 เดือนในผู้ใหญ่น้ำหนักเกินพบว่าคาร์ดิโอลดน้ำหนักและไขมันได้มากกว่าเวท แต่เวทช่วยเพิ่มมวลไร้ไขมัน และกลุ่มที่ทำทั้งสองอย่างได้ทั้งไขมันลดและมวลไร้ไขมันเพิ่ม ทางที่ดีจึงเป็นเวทสัปดาห์ละ 2–3 วัน ร่วมกับคาร์ดิโอหรือเดินเร็วรวม 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ โดยยังต้องคุมอาหารให้ขาดดุลแคลอรี่ด้วย
คาร์ดิโอกับเวทเทรนนิ่งทำอะไรต่างกัน
คาร์ดิโอ (aerobic exercise) คือกิจกรรมที่ใช้กล้ามมัดใหญ่ต่อเนื่องจนหัวใจเต้นเร็วและหายใจแรงขึ้น เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ร่างกายใช้พลังงานไปเรื่อย ๆ ตลอดเวลาที่ยังขยับ ยิ่งทำนานก็ยิ่งใช้พลังงานมาก
เวทเทรนนิ่ง (resistance training) คือการให้กล้ามเนื้อออกแรงต้านน้ำหนัก เช่น ดัมเบล บาร์เบล เครื่องเล่น หรือน้ำหนักตัว แต่ละเซ็ตสั้นและมีช่วงพักระหว่างเซ็ต จุดเด่นคือเป็นสัญญาณให้ร่างกายรักษาหรือสร้างกล้ามเนื้อเพิ่ม
คาร์ดิโอ
- ใช้พลังงานต่อเนื่องระหว่างทำ
- ฝึกความฟิตของหัวใจและปอด
- เพิ่มเวลาได้ง่าย เช่น เดินเร็วให้นานขึ้น
เวทเทรนนิ่ง
- ช่วยรักษาและเพิ่มกล้ามเนื้อ
- เพิ่มความแข็งแรงในการยก
- มัดที่เล่นหนักต้องมีวันพักก่อนเล่นซ้ำ
งานวิจัยว่าอย่างไร
Willis และคณะ (2012) ศึกษาผู้ใหญ่ที่น้ำหนักเกินหรืออ้วนนาน 8 เดือน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ทำคาร์ดิโออย่างเดียว กลุ่มที่เล่นเวทอย่างเดียว และกลุ่มที่ทำทั้งสองอย่าง ผลที่ได้คือ
- กลุ่มคาร์ดิโอ น้ำหนักตัวและมวลไขมันลดลงมากกว่ากลุ่มเวท
- กลุ่มเวท มวลไร้ไขมันเพิ่มขึ้น แต่น้ำหนักและไขมันไม่ได้ลดมากเท่ากลุ่มคาร์ดิโอ
- กลุ่มที่ทำทั้งสองอย่าง ไขมันลดลง และมวลไร้ไขมันเพิ่มขึ้นด้วย
จุดยืนของ American College of Sports Medicine (ACSM) ก็ไปในทางเดียวกัน กิจกรรมระดับปานกลาง 150–250 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยให้น้ำหนักลดได้ไม่มาก การออกกำลังกายมากกว่า 250 นาทีต่อสัปดาห์สัมพันธ์กับน้ำหนักที่ลดได้อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก ส่วนเวทเทรนนิ่งไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลดเพิ่มมากนัก แต่ช่วยเพิ่มมวลไร้ไขมัน (Donnelly และคณะ, 2009)
สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าดูแค่ตัวเลขบนตาชั่ง คาร์ดิโอได้เปรียบ แต่ถ้าสนใจรูปร่างและกล้ามเนื้อด้วย เวทมีบทบาทที่คาร์ดิโอแทนไม่ได้ สองอย่างนี้จึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่ทำงานเสริมกัน
HIIT หรือคาร์ดิโอแบบต่อเนื่อง แบบไหนดีกว่า
HIIT (High-Intensity Interval Training) คือการสลับช่วงหนักมากสั้น ๆ กับช่วงเบาหรือพัก เช่น ปั่นจักรยานเร็วเต็มแรงช่วงสั้น ๆ แล้วปั่นช้า สลับกันหลายรอบ ส่วนคาร์ดิโอแบบต่อเนื่องระดับปานกลาง (moderate-intensity continuous training) คือทำความหนักเดิมไปเรื่อย ๆ เช่น เดินเร็วหรือปั่นสบาย ๆ
งานวิเคราะห์รวมของ Wewege และคณะ (2017) ในผู้ใหญ่น้ำหนักเกินและอ้วนพบว่า ทั้งสองแบบลดไขมันในร่างกายได้ใกล้เคียงกัน แต่ HIIT ใช้เวลาน้อยกว่าราว 40% ความต่างจริง ๆ จึงอยู่ที่เวลาและความชอบ ไม่ใช่ว่าแบบไหนเผาไขมันได้วิเศษกว่า
- เหมาะกับ HIIT คนที่มีเวลาน้อย ออกกำลังกายสม่ำเสมออยู่แล้ว และข้อต่อไม่มีปัญหา
- เหมาะกับแบบต่อเนื่อง คนที่เพิ่งเริ่ม ชอบทำสบาย ๆ หรืออยากทำหลายวันต่อสัปดาห์โดยไม่เหนื่อยจัด
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่ทำกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลาง 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนัก 75–150 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับกิจกรรมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ (Bull และคณะ, 2020) สังเกตว่าเวลาของระดับหนักเป็นครึ่งหนึ่งของระดับปานกลาง ถ้ามีโรคหัวใจ ความดันสูง หรือไม่ได้ออกกำลังกายมานาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกายหนักอย่าง HIIT
อาหารยังเป็นตัวตัดสินน้ำหนักที่ลด
ผลของ ACSM ข้างต้นบอกว่า การออกกำลังกายระดับปานกลาง 150–250 นาทีต่อสัปดาห์ช่วยให้น้ำหนักลดได้ไม่มาก ต้องมากกว่า 250 นาทีต่อสัปดาห์จึงเห็นผลชัดเจน สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด การคุมอาหารให้ขาดดุลแคลอรี่จึงเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ ดูวิธีคำนวณได้ในลดน้ำหนักต้องกินกี่แคลอรี่ต่อวัน
ลองมองว่าแต่ละอย่างทำหน้าที่ต่างกัน
- อาหาร สร้างแคลอรี่ขาดดุล ซึ่งเป็นตัวหลักที่ทำให้น้ำหนักลด
- คาร์ดิโอและการเดิน เพิ่มพลังงานที่ใช้ ทำให้ขาดดุลได้โดยไม่ต้องลดอาหารมากเกินไป
- เวทเทรนนิ่ง ช่วยให้กล้ามเนื้อคงอยู่ น้ำหนักที่หายไปจึงเป็นไขมันมากขึ้น (อ่านเพิ่มในลดไขมันอย่างไรไม่ให้กล้ามเนื้อหาย)
นอกจากคาร์ดิโอที่ตั้งใจทำ การเดินและขยับตัวระหว่างวันก็นับรวมเป็นพลังงานที่ใช้ด้วย ถ้าไม่ชอบเข้ายิมทำคาร์ดิโอ ลองเริ่มจากเพิ่มจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน
ตัวอย่างตารางหนึ่งสัปดาห์
ตารางนี้รวมเวท 3 วันกับคาร์ดิโอระดับปานกลาง 3 วัน ปรับวันได้ตามสะดวก วันเล่นเวทใช้ตาราง Full Body 3 วันสำหรับมือใหม่ หรือแบ่งเป็น Push Pull Legs ก็ได้
| วัน | เวทเทรนนิ่ง | คาร์ดิโอหรือเดิน |
|---|---|---|
| จันทร์ | เวทวันที่ 1 | เดินเล่นเบา ๆ หลังอาหาร (ไม่บังคับ) |
| อังคาร | — | เดินเร็วหรือปั่นจักรยาน 50 นาที |
| พุธ | เวทวันที่ 2 | — |
| พฤหัสบดี | — | เดินเร็ว 50 นาที |
| ศุกร์ | เวทวันที่ 3 | — |
| เสาร์ | — | ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็ว 50 นาที |
| อาทิตย์ | พัก | เดินเล่นสบาย ๆ |
คาร์ดิโอระดับปานกลางรวม 50 × 3 = 150 นาทีต่อสัปดาห์ ตรงกับขั้นต่ำที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ และมีเวท 3 วัน ซึ่งมากกว่าขั้นต่ำ 2 วันต่อสัปดาห์
- เข้ายิมได้แค่ 2 วัน เล่นเวททั้งตัว 2 วันที่ไม่ติดกัน เช่น จันทร์กับพฤหัสบดี แล้วกระจายคาร์ดิโอไปวันอื่น
- อยากเพิ่มเวลาออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ค่อย ๆ เพิ่มเวลาเดินเร็วทีละน้อย เช่น เดินเร็ววันละ 40 นาทีทุกวัน จะได้ 40 × 7 = 280 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งเกิน 250 นาทีตามที่ ACSM ระบุ
- เวลาน้อย เปลี่ยนคาร์ดิโอบางวันเป็น HIIT ที่สั้นกว่า
- ขายังล้าจากวันเล่นขา เลือกคาร์ดิโอความหนักต่ำในวันถัดไป เพราะต้นขาต้องพักราว 72 ชม. ก่อนเล่นเวทหนักซ้ำ
ถ้าเวลามีจำกัด ควรเริ่มจากอะไร
ไม่ต้องทำทุกอย่างให้ครบตั้งแต่สัปดาห์แรก เรียงลำดับแบบนี้จะเริ่มได้ง่ายกว่า
- คุมอาหารให้ขาดดุลพอประมาณ เพราะเป็นตัวหลักที่ทำให้น้ำหนักลด
- เล่นเวทอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน เพื่อรักษากล้ามเนื้อระหว่างที่น้ำหนักลด
- เพิ่มการเดินหรือคาร์ดิโอตามเวลาที่มี ค่อย ๆ ขยับไปให้ถึง 150 นาทีต่อสัปดาห์หรือมากกว่า
สุดท้าย แบบที่ดีที่สุดคือแบบที่คุณทำต่อได้จริงหลายเดือน คนที่เกลียดการวิ่งไม่จำเป็นต้องวิ่ง เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำก็นับเป็นคาร์ดิโอเหมือนกัน
คำถามที่พบบ่อย
เล่นเวทอย่างเดียวลดไขมันได้ไหม
ลดได้ถ้ากินน้อยกว่าที่ร่างกายใช้ แต่งานวิจัยพบว่าเวทอย่างเดียวช่วยให้น้ำหนักลดไม่มากนัก จุดเด่นของเวทคือช่วยเพิ่มหรือรักษามวลไร้ไขมัน จึงเหมาะใช้คู่กับการคุมอาหารและการเดินหรือคาร์ดิโอ
HIIT ลดไขมันได้ดีกว่าคาร์ดิโอแบบต่อเนื่องไหม
งานวิเคราะห์รวมในผู้ใหญ่น้ำหนักเกินและอ้วนพบว่าทั้งสองแบบลดไขมันได้ใกล้เคียงกัน แต่ HIIT ใช้เวลาน้อยกว่าราว 40% ถ้าเวลาน้อยและร่างกายพร้อม HIIT ช่วยประหยัดเวลาได้ ถ้าชอบเดินหรือปั่นสบาย ๆ มากกว่า แบบต่อเนื่องก็ได้ผลใกล้เคียงกัน
ต้องทำคาร์ดิโอสัปดาห์ละกี่นาที
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่ทำกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลาง 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนัก 75–150 นาที ร่วมกับการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วัน ถ้าเป้าหมายคือลดน้ำหนัก ACSM ระบุว่าการออกกำลังกายมากกว่า 250 นาทีต่อสัปดาห์สัมพันธ์กับน้ำหนักที่ลดได้ชัดเจนกว่า
ส่วนที่เป็นเวท
ให้ FitTrack ช่วยจัดวันเล่นเวท
เลือกว่าจะเล่นเวทสัปดาห์ละ 3–6 วัน แอปจัดตารางพร้อมเวลาพักของแต่ละมัดให้ บันทึกเซ็ตในไม่กี่แตะ และดูน้ำหนักรวมที่ยกได้เทียบกับช่วงก่อน ส่วนคาร์ดิโอและการเดิน FitTrack ไม่ได้บันทึกให้
แหล่งอ้างอิง
- Willis LH, Slentz CA, Bateman LA, et al. Effects of aerobic and/or resistance training on body mass and fat mass in overweight or obese adults. J Appl Physiol. 2012;113(12):1831–1837.
- Donnelly JE, Blair SN, Jakicic JM, et al. American College of Sports Medicine Position Stand. Appropriate physical activity intervention strategies for weight loss and prevention of weight regain for adults. Med Sci Sports Exerc. 2009;41(2):459–471.
- Wewege M, van den Berg R, Ward RE, Keech A. The effects of high-intensity interval training vs. moderate-intensity continuous training on body composition in overweight and obese adults: a systematic review and meta-analysis. Obes Rev. 2017;18(6):635–646.
- Bull FC, Al-Ansari SS, Biddle S, et al. World Health Organization 2020 guidelines on physical activity and sedentary behaviour. Br J Sports Med. 2020;54(24):1451–1462.
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยวางแผนการซ้อม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีโรคประจำตัว บาดเจ็บ หรือเพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เป็นเบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ ใช้ยาเป็นประจำ หรือเคยมีประวัติความผิดปกติด้านการกิน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนการกิน