ลดน้ำหนัก
IF (Intermittent Fasting) ช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม
คำตอบสั้น ๆ
IF ช่วยลดน้ำหนักได้ถ้ามันทำให้คุณกินน้อยลงโดยรวม แต่ไม่ได้มีผลพิเศษเกินกว่าการคุมแคลอรี่ งานวิจัย 12 เดือนพบว่าการคุมแคลอรี่ร่วมกับกินในช่วง 8 ชม. ลดน้ำหนักได้ไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญจากการคุมแคลอรี่อย่างเดียว และงานวิจัย 1 ปีพบว่าการอดวันเว้นวันก็ไม่ได้ดีกว่าการลดแคลอรี่ทุกวัน เลือก IF เมื่อมันช่วยให้คุณคุมอาหารได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
IF คืออะไร มีแบบไหนบ้าง
IF หรือ Intermittent Fasting คือการกำหนดช่วงที่กินได้กับช่วงที่งดอาหารหรือกินน้อยมากสลับกันเป็นรอบ IF ไม่ได้บอกว่าต้องกินอะไร แต่บอกว่ากินเมื่อไหร่ รูปแบบที่พบบ่อยมีสามแบบ
| รูปแบบ | ทำอย่างไร | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| 16:8 | กินภายในช่วง 8 ชม. ต่อวัน และงดอาหาร 16 ชม. ที่เหลือ | กินได้ 10:00–18:00 |
| 5:2 | กินตามปกติ 5 วัน และกินน้อยมาก 2 วันที่ไม่ติดกันในหนึ่งสัปดาห์ | กินน้อยมากวันจันทร์และวันพฤหัสบดี |
| อดวันเว้นวัน | สลับวันที่งดอาหารหรือกินน้อยมาก กับวันที่กินตามปกติ | งดหรือกินน้อยมากทุก 2 วัน |
แบบ 16:8 เป็นรูปแบบหนึ่งของการกินในช่วงเวลาจำกัด (time-restricted eating) ช่วงงด 16 ชม. รวมเวลานอนด้วย ถ้ากินมื้อสุดท้ายตอน 18:00 และกินมื้อแรกตอน 10:00 ของวันถัดไป ก็ครบ 16 ชม. พอดี ส่วนการอดวันเว้นวัน (alternate-day fasting) และแบบ 5:2 จะเข้มงวดกว่าในวันที่ต้องงด
งานวิจัยว่าอย่างไร
กินในช่วงเวลาจำกัด ร่วมกับคุมแคลอรี่ Liu และคณะ (2022) ติดตามผู้เข้าร่วมนาน 12 เดือน ทุกคนคุมแคลอรี่เหมือนกัน แต่กลุ่มหนึ่งกินได้เฉพาะช่วง 8:00–16:00 ผลคือน้ำหนักที่ลดได้ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสองกลุ่ม เมื่อแคลอรี่เท่ากัน การจำกัดเวลากินจึงไม่ได้ช่วยให้ลดน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
16:8 โดยไม่มีคำแนะนำอื่น งานวิจัย TREAT ของ Lowe และคณะ (2020) นาน 12 สัปดาห์ ให้กลุ่มหนึ่งกินแบบ 16:8 โดยไม่ได้แนะนำเรื่องอาหารอื่นเพิ่ม เทียบกับกลุ่มควบคุมที่กินสามมื้อตามเวลา กลุ่ม 16:8 น้ำหนักลดลงเล็กน้อย แต่ไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มควบคุม
อดวันเว้นวัน Trepanowski และคณะ (2017) เทียบการอดวันเว้นวันกับการลดแคลอรี่ทุกวันนาน 1 ปี พบว่าการอดวันเว้นวันไม่ได้ลดน้ำหนักได้ดีกว่า และกลุ่มที่อดวันเว้นวันมีคนเลิกกลางคันมากกว่า
อ่านผลเหล่านี้อย่างไร คำว่าไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ (not significantly different) หมายความว่าความต่างที่เห็นระหว่างกลุ่ม เล็กเกินกว่าจะสรุปได้ว่าไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ ไม่ได้แปลว่า IF ใช้ไม่ได้ แต่แปลว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า IF ลดน้ำหนักได้มากกว่าการคุมแคลอรี่แบบกินตามเวลาปกติ
อีกเรื่องที่ควรสังเกตคืองานของ Trepanowski ที่มีคนเลิกกลางคันในกลุ่มอดวันเว้นวันมากกว่า วิธีที่ดูดีบนกระดาษแต่ทำต่อไม่ได้ ก็ช่วยลดน้ำหนักในชีวิตจริงไม่ได้ การเลือกวิธีกินจึงควรดูว่าคุณทำต่อได้นานแค่ไหนด้วย
สรุปแล้ว IF ได้ผลเพราะอะไร
จากงานวิจัยข้างต้น IF ไม่ใช่วิธีวิเศษที่ทำให้ร่างกายเผาไขมันได้มากกว่าการคุมแคลอรี่ มันได้ผลเมื่อการจำกัดเวลาช่วยให้คุณกินพลังงานรวมน้อยลง ซึ่งก็คือการสร้างแคลอรี่ขาดดุลอีกทางหนึ่ง (ดูวิธีคำนวณในลดน้ำหนักต้องกินกี่แคลอรี่ต่อวัน)
ลองดูตัวอย่างสมมติ คนที่ปกติกินมื้อเช้าราว 400 กิโลแคลอรี แล้วเริ่มทำ IF โดยงดมื้อเช้า
- ถ้ามื้อกลางวันกินเพิ่มขึ้น 250 กิโลแคลอรีเพราะหิว พลังงานรวมลดลงวันละ 400 − 250 = 150 กิโลแคลอรี
- ถ้ากินชดเชยครบ 400 กิโลแคลอรีในมื้ออื่น พลังงานรวมไม่ลดเลย น้ำหนักก็ไม่ลด
- ถ้าไม่ได้กินชดเชย พลังงานรวมลดลงวันละ 400 กิโลแคลอรี
ข้อดีสำหรับบางคน
- กฎง่าย ไม่ต้องคิดทุกมื้อ
- ช่วยตัดของกินเล่นตอนดึก
- เหมาะกับคนที่ไม่หิวตอนเช้าอยู่แล้ว
ข้อเสียที่ต้องรู้
- บางคนหิวมากในช่วงงด
- อาจกินชดเชยมากในช่วงที่กินได้
- ไม่สะดวกกับมื้อครอบครัวหรือมื้อสังสรรค์
ใครไม่ควรทำ IF หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- คนที่ใช้ยาหรืออินซูลินรักษาเบาหวาน การงดอาหารนานขณะใช้ยาอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- คนที่เคยมีประวัติความผิดปกติด้านการกิน การตั้งกฎเวลากินที่เข้มงวดอาจกระตุ้นพฤติกรรมเดิมได้
- คนที่มีโรคประจำตัวอื่นหรือใช้ยาเป็นประจำ โดยเฉพาะยาที่ต้องกินพร้อมอาหาร
ถ้าลองทำแล้วเวียนหัว ใจสั่น หน้ามืด หรือคิดเรื่องอาหารตลอดเวลาจนกระทบชีวิตประจำวัน ให้หยุดและปรึกษาแพทย์
ทำ IF อย่างไรถ้าเล่นเวท
จุดยืนของ International Society of Sports Nutrition แนะนำให้คนออกกำลังกายกินโปรตีนราว 1.4–2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน และกระจายกินตลอดวัน (Jäger และคณะ, 2017) ความท้าทายของ IF คือช่วงกินสั้น จำนวนมื้อน้อยลง จึงต้องวางแผนให้โปรตีนถึงเป้า
ตัวอย่าง คนหนัก 60 กก. ต้องการโปรตีน 60 × 1.4 = 84 ถึง 60 × 2.0 = 120 กรัมต่อวัน ถ้าทำแบบ 16:8 และกิน 3 มื้อในช่วง 8 ชม. จะได้มื้อละราว 84 ÷ 3 = 28 ถึง 120 ÷ 3 = 40 กรัม
- ตั้งเป้าโปรตีนรวมต่อวันก่อน แล้วเลือกอาหารที่ให้โปรตีนสูง (ดูตัวอย่างในโปรตีนต่อวันต้องกินเท่าไหร่)
- แบ่งโปรตีนเป็น 2–3 มื้อ ในช่วงที่กินได้ ให้แต่ละมื้อได้ใกล้เคียงกัน แทนการกินรวดเดียวมื้อเดียว
- จัดเวลาซ้อมให้อยู่ในหรือใกล้ช่วงที่กินได้ ถ้าซ้อมตอนท้องว่างแล้วรู้สึกไม่มีแรง เช่น ถ้าซ้อมตอน 7:00 แต่ช่วงกินคือ 10:00–18:00 ลองเลื่อนช่วงกินเป็น 8:00–16:00 ซึ่งยังเป็น 8 ชม. เท่าเดิม แต่ได้กินมื้อแรกไม่นานหลังซ้อม (อ่านเพิ่มในกินอะไรก่อนและหลังเล่นเวท)
- ติดตามแรงในท่าหลัก ถ้าน้ำหนักที่ยกได้ตกลงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ลองเพิ่มอาหารหรือขยายช่วงที่กินได้ (อ่านวิธีรักษากล้ามในลดไขมันอย่างไรไม่ให้กล้ามเนื้อหาย)
ถ้าอยากลอง เริ่มอย่างไรให้ไม่ทรมาน
- เริ่มจากเลิกกินจุบจิบหลังมื้อเย็น ซึ่งหลายคนทำได้ง่ายที่สุด
- ค่อย ๆ เลื่อนมื้อแรกให้สายขึ้นทีละน้อย แทนการกระโดดไปงด 16 ชม. ตั้งแต่วันแรก
- ช่วงงดดื่มน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาล เพื่อไม่ให้กลายเป็นการกินพลังงานเข้าไป
- ในช่วงที่กินได้ ยังเลือกอาหารเหมือนตอนคุมแคลอรี่ มีโปรตีนและผักทุกมื้อ ไม่กินชดเชยจนเกิน
- ดูค่าเฉลี่ยน้ำหนักรายสัปดาห์ 2–3 สัปดาห์ ถ้าไม่ลดเลย แปลว่า IF อาจไม่ได้ช่วยให้คุณกินน้อยลง ลองกลับไปคุมแคลอรี่แบบกินตามปกติแทนได้ ซึ่งงานวิจัยพบว่าได้ผลใกล้เคียงกัน
คำถามที่พบบ่อย
ช่วงงดอาหารดื่มกาแฟได้ไหม
กาแฟดำ ชา และน้ำเปล่าที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือนมแทบไม่มีพลังงาน จึงดื่มได้ในช่วงงด แต่ถ้าใส่นม ครีม หรือน้ำตาล ก็คือการกินพลังงานเข้าไป ใครดื่มกาแฟตอนท้องว่างแล้วใจสั่นหรือแสบท้องควรเลี่ยง
ทำ IF แล้วกล้ามเนื้อจะหายไหม
สิ่งที่ช่วยรักษากล้ามระหว่างทำ IF เหมือนกับการลดน้ำหนักแบบอื่น คือยังเล่นเวทต่อ ขาดดุลแคลอรี่แบบพอประมาณ และได้โปรตีนรวมพอ คนออกกำลังกายควรได้โปรตีนราว 1.4–2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน แบ่งเป็นหลายมื้อในช่วงที่กินได้
เป็นเบาหวานทำ IF ได้ไหม
คนที่ใช้ยาหรืออินซูลินรักษาเบาหวานไม่ควรเริ่ม IF เอง เพราะการงดอาหารนานขณะใช้ยาอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อปรับยาและวางแผนการกินให้ปลอดภัย
ไม่ว่าจะกินแบบไหน
เล่นเวทให้ต่อเนื่อง แล้วดูผลในกราฟ
FitTrack ช่วยจัดตารางเวท บันทึกเซ็ตในไม่กี่แตะ นับเวลาพักของแต่ละมัด และแสดงน้ำหนักรวมที่ยกได้เทียบกับช่วงก่อน แอปไม่ได้จับเวลาอดอาหารหรือนับแคลอรี่ ใช้คู่กับวิธีกินที่เหมาะกับคุณได้
แหล่งอ้างอิง
- Liu D, Huang Y, Huang C, et al. Calorie restriction with or without time-restricted eating in weight loss. N Engl J Med. 2022;386(16):1495–1504.
- Lowe DA, Wu N, Rohdin-Bibby L, et al. Effects of time-restricted eating on weight loss and other metabolic parameters in women and men with overweight and obesity: the TREAT randomized clinical trial. JAMA Intern Med. 2020;180(11):1491–1499.
- Trepanowski JF, Kroeger CM, Barnosky A, et al. Effect of alternate-day fasting on weight loss, weight maintenance, and cardioprotection among metabolically healthy obese adults: a randomized clinical trial. JAMA Intern Med. 2017;177(7):930–938.
- Jäger R, Kerksick CM, Campbell BI, et al. International Society of Sports Nutrition Position Stand: protein and exercise. J Int Soc Sports Nutr. 2017;14:20.
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยวางแผนการซ้อม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีโรคประจำตัว บาดเจ็บ หรือเพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เป็นเบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ ใช้ยาเป็นประจำ หรือเคยมีประวัติความผิดปกติด้านการกิน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนการกิน