ลดน้ำหนัก

ลดไขมันอย่างไรไม่ให้กล้ามเนื้อหาย

คำตอบสั้น ๆ

สิ่งที่ช่วยรักษากล้ามระหว่างลดไขมันมี 4 อย่าง คือ เล่นเวทต่ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วันด้วยน้ำหนักที่ยังท้าทาย กินโปรตีนราว 1.4–2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน ขาดดุลแคลอรี่แบบพอประมาณให้น้ำหนักลดราว 0.5–1% ต่อสัปดาห์ และนอนให้พอ ถ้าแรงในท่าหลักยังทรงตัวขณะที่รอบเอวลดลง เป็นสัญญาณที่ดีว่าคุณกำลังเสียไขมันมากกว่ากล้าม

ทำไมลดน้ำหนักแล้วกล้ามเนื้อหายไปด้วย

เมื่อกินน้อยกว่าที่ร่างกายใช้ ร่างกายต้องดึงพลังงานที่สะสมไว้มาใช้ ส่วนที่ถูกดึงไม่ได้มีแค่ไขมัน แต่อาจรวมถึงโปรตีนในกล้ามเนื้อบางส่วนด้วย น้ำหนักที่ลดลงจึงเป็นส่วนผสมของไขมัน น้ำ และเนื้อเยื่อไร้ไขมัน

กล้ามเนื้อจะคงอยู่ได้ดีเมื่อยังถูกใช้งานหนักเป็นประจำ และได้วัตถุดิบคือโปรตีนเพียงพอ ถ้าหยุดเล่นเวท กินโปรตีนน้อย และขาดดุลแคลอรี่มากไปพร้อม ๆ กัน โอกาสเสียกล้ามก็ยิ่งสูงขึ้น

ปัญหาคือตาชั่งแยกไม่ออกว่าน้ำหนักที่หายไปเป็นไขมันหรือกล้าม คนที่อดอาหารหนัก ๆ อาจเห็นตัวเลขลงเร็ว แต่แรงตก และรูปร่างไม่ได้กระชับขึ้นอย่างที่หวัง ข่าวดีคือมีสี่อย่างที่คุณควบคุมได้เอง

1. เล่นเวทต่อ และยังยกให้หนักพอ

การฝึกด้วยแรงต้าน (resistance training) คือสัญญาณหลักที่บอกร่างกายว่ายังต้องใช้กล้ามเนื้ออยู่ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่ทำกิจกรรมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ (Bull และคณะ, 2020) ช่วงลดไขมันก็ใช้ตัวเลขนี้เป็นเป้าขั้นต่ำได้เช่นกัน

  • แต่ละเซ็ตต้องยังท้าทาย ใช้น้ำหนักที่จบเซ็ตแล้วเหลือแรงอีกราว 2–3 ครั้ง (ระดับ ปกติ ใน FitTrack) และพยายามคงน้ำหนักกับจำนวนครั้งในท่าหลักให้ใกล้เคียงช่วงก่อนเริ่มลด
  • เน้นท่าที่ใช้หลายข้อต่อ เช่น สควอต เดดลิฟต์ ดันอก และดึงหลัง ท่าเหล่านี้ใช้กล้ามหลายมัดพร้อมกันในเวลาซ้อมที่จำกัด
  • ถ้าล้าสะสม ลดจำนวนเซ็ตก่อนลดน้ำหนักที่ยก ช่วงที่กินน้อยพลังงานสำหรับซ้อมอาจลดลง การตัดเซ็ตเสริมบางเซ็ตออกยังดีกว่าเปลี่ยนไปเล่นเบาจนกล้ามไม่ได้รับแรงต้านที่ท้าทาย
  • ให้แต่ละมัดได้พักพอ เช่น อก หลัง และต้นขาเล่นหนักระดับปกติแล้วพักราว 72 ชม. ก่อนเล่นหนักซ้ำ

ช่วงลดไขมัน เป้าหมายหลักคือรักษาแรงไว้ ไม่จำเป็นต้องทำสถิติใหม่ทุกสัปดาห์ แต่ถ้ายังเพิ่มน้ำหนักหรือจำนวนครั้งได้ทีละน้อยตามหลัก Progressive Overload ก็ยิ่งดี

2. กินโปรตีนให้พอ

จุดยืนของ International Society of Sports Nutrition (ISSN) ระบุว่าโปรตีนราว 1.4–2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน เพียงพอสำหรับคนออกกำลังกายส่วนใหญ่ และการกินมากกว่านั้นอาจช่วยรักษามวลไร้ไขมัน (lean mass) ระหว่างจำกัดแคลอรี่ในคนที่ฝึกมาแล้ว (Jäger และคณะ, 2017)

น้ำหนักตัว 1.4 กรัมต่อกก. 2.0 กรัมต่อกก.
50 กก.70 กรัม100 กรัม
60 กก.84 กรัม120 กรัม
70 กก.98 กรัม140 กรัม
80 กก.112 กรัม160 กรัม
90 กก.126 กรัม180 กรัม

ตัวเลขคือโปรตีนรวมต่อวันจากอาหารทุกมื้อ ไม่ใช่น้ำหนักของเนื้อสัตว์

Helms และคณะ (2014) ซึ่งเขียนคำแนะนำให้คนที่เล่นเวทและมีไขมันน้อยอยู่แล้วระหว่างลดแคลอรี่ แนะนำสูงกว่านั้น คือ 2.3–3.1 กรัมต่อมวลไร้ไขมัน 1 กก. ต่อวัน สังเกตว่าคิดต่อมวลไร้ไขมัน ไม่ใช่น้ำหนักตัว เช่น คนหนัก 70 กก. ที่มีไขมัน 20% มีมวลไร้ไขมัน 70 × 0.8 = 56 กก. จะได้ราว 56 × 2.3 ≈ 129 ถึง 56 × 3.1 ≈ 174 กรัมต่อวัน ถ้าไม่รู้เปอร์เซ็นต์ไขมันของตัวเอง ใช้ช่วงของ ISSN ในตารางด้านบนก็เพียงพอ

งานทดลองของ Longland และคณะ (2016) ช่วยให้เห็นว่าโปรตีนสำคัญแค่ไหนเมื่อกินน้อย ผู้เข้าร่วมกินพลังงานน้อยกว่าที่ต้องการราว 40% และฝึกหนักเป็นเวลา 4 สัปดาห์ กลุ่มที่กินโปรตีน 2.4 กรัมต่อกก. ต่อวันมีมวลไร้ไขมันเพิ่มขึ้นและเสียไขมันมากกว่ากลุ่มที่กิน 1.2 กรัมต่อกก. ต่อวัน การทดลองนี้ขาดดุลมากและสั้นกว่าชีวิตจริง ไม่ควรเลียนแบบการขาดดุลขนาดนั้น แต่ผลของโปรตีนก็ชัดเจน

วิธีทำให้ถึงเป้าง่ายขึ้นคือแบ่งเป็นหลายมื้อ เช่น คนหนัก 70 กก. ที่ตั้งเป้า 98–140 กรัม แบ่ง 4 มื้อ ได้มื้อละราว 25–35 กรัม ดูตัวอย่างอาหารไทยที่ให้โปรตีนได้ใน โปรตีนต่อวันต้องกินเท่าไหร่ถึงพอสร้างกล้ามเนื้อ

3. ขาดดุลแคลอรี่แบบพอประมาณ

ยิ่งขาดดุลมาก น้ำหนักอาจลงเร็วขึ้น แต่พลังงานสำหรับซ้อมก็น้อยลง และทำต่อเนื่องได้ยากขึ้น Helms และคณะ (2014) แนะนำให้ลดราว 0.5–1% ของน้ำหนักตัวต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยรักษามวลไร้ไขมัน คนหนัก 70 กก. จึงลดราว 0.35–0.7 กก. ต่อสัปดาห์

จุดเริ่มต้นที่ใช้ได้จริงสำหรับหลายคนคือกินน้อยกว่าพลังงานที่ใช้ต่อวันราว 300–500 กิโลแคลอรี แล้วปรับตามค่าเฉลี่ยน้ำหนักรายสัปดาห์ ดูวิธีคำนวณทีละขั้นได้ใน ลดน้ำหนักต้องกินกี่แคลอรี่ต่อวัน

ถ้าน้ำหนักลงเร็วกว่า 1% ต่อสัปดาห์ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และแรงในท่าหลักตกลงเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณให้เพิ่มอาหารขึ้นเล็กน้อย โดยเพิ่มจากคาร์บหรือไขมันก่อน และยังคงโปรตีนไว้ตามเป้า

4. นอนให้พอ

การนอนเป็นปัจจัยที่มักถูกมองข้ามระหว่างลดน้ำหนัก มีงานวิจัยพบว่าคนที่นอนน้อยระหว่างคุมอาหาร น้ำหนักที่ลดได้มาจากไขมันในสัดส่วนที่น้อยลง รายละเอียดอยู่ใน นอนน้อยทำให้ลดน้ำหนักยากและกล้ามไม่โตจริงไหม

  • เข้านอนและตื่นเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน รวมถึงวันหยุด
  • เลี่ยงกาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงบ่ายแก่ถึงค่ำ
  • จัดห้องนอนให้มืดและเงียบ วางมือถือให้ห่างจากที่นอน

เช็กอย่างไรว่ากำลังเสียไขมัน ไม่ใช่กล้าม

ที่บ้านไม่มีวิธีไหนวัดสัดส่วนไขมันกับกล้ามได้แม่นยำ แต่ถ้าดูหลายสัญญาณพร้อมกัน จะเห็นภาพชัดกว่าดูตาชั่งอย่างเดียว

  1. แรงในท่าหลัก ยังยกน้ำหนักเดิมได้จำนวนครั้งใกล้เคียงเดิมหรือไม่ ดูแนวโน้มหลายสัปดาห์ ไม่ใช่วันเดียว
  2. รอบเอว วัดที่ระดับสะดือ ตอนเช้าก่อนกินอาหาร สัปดาห์ละครั้ง
  3. รูปถ่าย ถ่ายมุมเดิม แสงเดิม ท่าเดิม ทุก 2–4 สัปดาห์
  4. ค่าเฉลี่ยน้ำหนักรายสัปดาห์ ลดลงราว 0.5–1% ต่อสัปดาห์
  5. เสื้อผ้า กางเกงตัวเดิมหลวมขึ้นที่เอวหรือไม่

ถ้าน้ำหนักลด รอบเอวลด และแรงยังทรงตัว เป็นสัญญาณที่ดีว่าส่วนใหญ่ที่หายไปคือไขมัน แรงอาจตกบ้างในวันที่นอนน้อยหรือกินน้อยกว่าปกติ ซึ่งไม่ต้องกังวล แต่ถ้าแรงตกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ให้กลับไปเช็กสามเรื่อง คือโปรตีน ขนาดการขาดดุล และการนอน

คำถามที่พบบ่อย

ลดไขมันกับเพิ่มกล้ามไปพร้อมกันได้ไหม

เป็นไปได้ในบางกรณี งานทดลองของ Longland และคณะพบว่ากลุ่มที่กินโปรตีนสูงและฝึกหนักมีมวลไร้ไขมันเพิ่มขึ้นแม้ขาดดุลแคลอรี่ แต่ผลแบบนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน เป้าหมายที่สมจริงสำหรับคนส่วนใหญ่คือรักษากล้ามไว้ให้ได้มากที่สุดระหว่างลดไขมัน

ต้องกินเวย์โปรตีนไหม

ไม่จำเป็น ถ้ากินโปรตีนจากอาหารได้ครบตามเป้าอยู่แล้ว เวย์เป็นแค่ทางเลือกที่สะดวกสำหรับวันที่กินจากอาหารไม่พอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือปริมาณโปรตีนรวมทั้งวัน

ช่วงลดไขมันควรเปลี่ยนไปยกเบา ๆ ครั้งเยอะแทนไหม

ไม่จำเป็น สิ่งที่ช่วยรักษากล้ามคือแต่ละเซ็ตยังท้าทายพอ ให้พยายามคงน้ำหนักและจำนวนครั้งในท่าหลักไว้ใกล้เคียงช่วงก่อนลด ถ้ารู้สึกล้าสะสม ลดจำนวนเซ็ตลงบ้างได้ แต่อย่าเปลี่ยนไปเล่นเบาจนไม่รู้สึกถึงแรงต้าน

ดูว่าแรงยังอยู่ไหม

บันทึกเวทระหว่างลดไขมันด้วย FitTrack

บันทึกน้ำหนัก จำนวนครั้ง และความหนักของทุกเซ็ต ดูน้ำหนักรวมที่ยกได้เทียบกับช่วงก่อน และให้แอปจัดตารางกับนับเวลาพักของแต่ละมัดให้ แอปไม่นับแคลอรี่ ใช้คู่กับวิธีคุมอาหารที่คุณใช้อยู่ได้

แหล่งอ้างอิง

  1. Bull FC, Al-Ansari SS, Biddle S, et al. World Health Organization 2020 guidelines on physical activity and sedentary behaviour. Br J Sports Med. 2020;54(24):1451–1462.
  2. Jäger R, Kerksick CM, Campbell BI, et al. International Society of Sports Nutrition Position Stand: protein and exercise. J Int Soc Sports Nutr. 2017;14:20.
  3. Helms ER, Aragon AA, Fitschen PJ. Evidence-based recommendations for natural bodybuilding contest preparation: nutrition and supplementation. J Int Soc Sports Nutr. 2014;11:20.
  4. Longland TM, Oikawa SY, Mitchell CJ, Devries MC, Phillips SM. Higher compared with lower dietary protein during an energy deficit combined with intense exercise promotes greater lean mass gain and fat mass loss: a randomized trial. Am J Clin Nutr. 2016;103(3):738–746.

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยวางแผนการซ้อม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีโรคประจำตัว บาดเจ็บ หรือเพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เป็นเบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ ใช้ยาเป็นประจำ หรือเคยมีประวัติความผิดปกติด้านการกิน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนการกิน