ตารางซ้อมและการฟื้นตัว

ตาราง Push Pull Legs (PPL) เล่นแบบไหนดี 3 วันหรือ 6 วัน

คำตอบสั้น ๆ

Push Pull Legs คือการแบ่งวันเล่นตามลักษณะท่า วัน Push เล่นอก ไหล่ แขนหลัง วัน Pull เล่นหลัง แขนหน้า วัน Legs เล่นขา ก้น น่อง มือใหม่เริ่มที่ 3 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์) ส่วนคนที่ซ้อมมาแล้วอย่างน้อย 1 ปีเล่นวนสองรอบเป็น 6 วันได้ ซึ่งทำให้แต่ละมัดได้เล่นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และได้พักราว 72 ชม. ก่อนเล่นซ้ำ

Push Pull Legs คืออะไร

แนวคิดคือจับกล้ามที่ทำงานร่วมกันไว้ในวันเดียวกัน ท่าดันอย่างเบนช์เพรสใช้ทั้งอก ไหล่ด้านหน้า และแขนหลัง ถ้าแยกไปเล่นคนละวัน แขนหลังจะถูกใช้งานซ้ำก่อนได้พัก พอรวมไว้วันเดียว กล้ามกลุ่มนั้นก็ได้พักไปพร้อมกัน

วัน กล้ามเนื้อหลัก ลักษณะท่า
Pushอก ไหล่ แขนหลังดันน้ำหนักออกจากตัว
Pullหลัง แขนหน้าดึงน้ำหนักเข้าหาตัว
Legsขาหน้า ขาหลัง ก้น น่องสควอต ยกสะโพก งอและเหยียดขา
แต่ละวันใช้กล้ามมัดไหนด้านหน้าและด้านหลัง · ตรงกับการจัดกลุ่มในแท็บตารางของ FitTrack
Pushอก ไหล่ แขนหลัง
Pullหลัง แขนหน้า ปลายแขน
Legsขาหน้า ขาหลัง ก้น น่อง

ตาราง PPL 3 วันต่อสัปดาห์ สำหรับมือใหม่ถึงระดับกลาง

วันเล่น
จันทร์Push — อก ไหล่ แขนหลัง
อังคารพัก
พุธPull — หลัง แขนหน้า ปลายแขน
พฤหัสบดีพัก
ศุกร์Legs — ขา ก้น น่อง
เสาร์พัก
อาทิตย์พัก

มีวันพักคั่นทุกครั้ง แต่ละมัดได้เล่นสัปดาห์ละครั้งและพัก 7 วันก่อนเล่นซ้ำ เหมาะกับช่วงเริ่มต้นที่ยังต้องฝึกท่าให้ถูก และร่างกายยังไม่ชินกับการยกน้ำหนัก เมื่อเล่นต่อเนื่องจนฟื้นตัวทันสบาย ๆ แล้ว ขยับไปตาราง Upper Lower 4 วัน หรือ PPL 6 วันได้

ถ้าเพิ่งเริ่มเล่นเวทจริง ๆ และอยากให้แต่ละมัดได้เล่นบ่อยกว่าสัปดาห์ละครั้งตั้งแต่แรก ลองดู ตารางเล่นเวทมือใหม่ Full Body 3 วัน ซึ่งใช้จำนวนวันเท่ากัน

ตาราง PPL 6 วันต่อสัปดาห์ สำหรับคนที่ซ้อมมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี

วันเล่น
จันทร์Push
อังคารPull
พุธLegs
พฤหัสบดีPush
ศุกร์Pull
เสาร์Legs
อาทิตย์พัก

แต่ละมัดได้เล่นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งให้ผลต่อขนาดกล้ามดีกว่าสัปดาห์ละครั้ง (Schoenfeld และคณะ, 2016) แต่ระหว่างสองครั้งมีเวลาพักแค่ 72 ชม. พอดี

72 ชม. คือเวลาพักของอก หลัง และต้นขาเมื่อเล่นความหนักปกติ ถ้าเล่นหนักสุดทุกครั้ง มัดใหญ่ต้องพักราว 94 ชม. ซึ่งเกินรอบของตาราง (ดูตัวเลขทุกมัดใน กล้ามเนื้อต้องพักกี่วัน) วิธีที่ใช้ได้จริงคือสลับวันหนักกับวันเบา เช่น Push วันจันทร์เล่นหนัก Push วันพฤหัสบดีลดน้ำหนักหรือจำนวนเซ็ตลง และต้องนอนกับกินให้พอ

ถ้าซ้อมได้ 4 หรือ 5 วัน

PPL ลงตัวที่สุดเมื่อซ้อมได้ 3 หรือ 6 วัน ถ้าซ้อมได้ 4 วัน ตาราง Upper Lower จะให้แต่ละมัดได้เล่นสัปดาห์ละ 2 ครั้งโดยใช้วันน้อยกว่า

ถ้าซ้อมได้ 5 วัน ใช้ PPL สามวันแรก แล้วต่อด้วย Upper และ Lower เช่น จันทร์ Push · อังคาร Pull · พุธ Legs · ศุกร์ Upper · เสาร์ Lower (พฤหัสบดีและอาทิตย์พัก) ทุกมัดยังได้พักอย่างน้อย 72 ชม. ก่อนเล่นซ้ำ ในแท็บตารางของ FitTrack เลือกจำนวนวันที่ซ้อมได้ แล้วแอปจะจัดตารางแบบนี้ให้

ท่าตัวอย่างสำหรับแต่ละวัน

เลือกวันละ 4–6 ท่า เริ่มจากท่าใหญ่ที่ใช้หลายข้อต่อก่อน แล้วค่อยปิดด้วยท่าเล็ก ช่วงที่นิยมใช้คือ 3–4 เซ็ต เซ็ตละ 6–12 ครั้ง

Push

  • เบนช์เพรส หรือดัมเบลเพรส
  • โอเวอร์เฮดเพรส (ดันไหล่)
  • อินคลายน์ดัมเบลเพรส
  • ยกดัมเบลด้านข้าง
  • ไตรเซปส์พุชดาวน์ หรือดิปส์

Pull

  • พูลอัพ หรือแลตพูลดาวน์
  • บาร์เบลโรว์ หรือซีเต็ดเคเบิลโรว์
  • เฟซพูล
  • บาร์เบลเคิร์ล หรือดัมเบลเคิร์ล
  • แฮมเมอร์เคิร์ล

Legs

  • สควอต หรือเลกเพรส
  • โรมาเนียนเดดลิฟต์
  • เลกเคิร์ล
  • ฮิปทรัสต์
  • คาล์ฟเรส (เขย่งน่อง)

กล้ามท้องไม่มีวันเฉพาะในตารางนี้ เพิ่ม 2–3 เซ็ตท้ายวันไหนก็ได้ เพราะเป็นมัดเล็กที่ฟื้นตัวเร็ว

ควรเล่นกี่เซ็ตต่อมัด

งานวิเคราะห์รวมของ Schoenfeld และคณะ (2017) พบว่ายิ่งเล่นหลายเซ็ตต่อสัปดาห์ กล้ามยิ่งโตมากขึ้นเป็นลำดับ กลุ่มที่เล่นมัดละ 10 เซ็ตขึ้นไปต่อสัปดาห์มีแนวโน้มได้ผลมากกว่ากลุ่มที่เล่นน้อยกว่า 5 เซ็ต แต่ความต่างระหว่างกลุ่มยังไม่ถึงระดับนัยสำคัญทางสถิติ ตัวอย่างด้านล่างนับเซ็ตให้มัดหลักของแต่ละท่า เช่น เบนช์เพรส 4 เซ็ต นับเป็นอก 4 เซ็ต

Push (เซ็ต)

  • เบนช์เพรส 4
  • โอเวอร์เฮดเพรส 3
  • อินคลายน์ดัมเบลเพรส 3
  • ยกดัมเบลด้านข้าง 3
  • ไตรเซปส์พุชดาวน์ 3

Pull (เซ็ต)

  • แลตพูลดาวน์ 4
  • บาร์เบลโรว์ 3
  • เฟซพูล 3
  • บาร์เบลเคิร์ล 3
  • แฮมเมอร์เคิร์ล 3

Legs (เซ็ต)

  • สควอต 4
  • โรมาเนียนเดดลิฟต์ 3
  • เลกเคิร์ล 3
  • ฮิปทรัสต์ 3
  • คาล์ฟเรส 3
มัด PPL 3 วัน (ต่อสัปดาห์) PPL 6 วัน (ต่อสัปดาห์)
อก7 เซ็ต14 เซ็ต
หลัง7 เซ็ต14 เซ็ต
ไหล่9 เซ็ต18 เซ็ต
แขนหน้า6 เซ็ต12 เซ็ต
แขนหลัง3 เซ็ต6 เซ็ต
ขาหน้า4 เซ็ต8 เซ็ต
ขาหลัง6 เซ็ต12 เซ็ต
ก้น3 เซ็ต6 เซ็ต
น่อง3 เซ็ต6 เซ็ต

ไหล่นับรวมโอเวอร์เฮดเพรสและยกดัมเบลด้านข้างจากวัน Push กับเฟซพูลจากวัน Pull · อก หลัง และขาหน้าได้เซ็ตจากท่าอื่นด้วย เช่น เบนช์เพรสใช้แขนหลัง สควอตใช้ก้น แต่ตารางนี้นับเฉพาะมัดหลักของท่า

จะเห็นว่า PPL 3 วันได้หลายมัดต่ำกว่า 10 เซ็ต ซึ่งเหมาะเป็นจุดเริ่มสำหรับมือใหม่ที่ยังฟื้นตัวจากปริมาณน้อยได้ดี ส่วน PPL 6 วันได้เซ็ตเป็นสองเท่าจากการวนสองรอบ ถ้าอยากเน้นมัดไหนเพิ่ม ให้เพิ่มทีละราว 2 เซ็ต อ่านวิธีปรับจำนวนเซ็ตได้ในเล่นกี่เซ็ตต่อสัปดาห์กล้ามถึงโต

เลือกน้ำหนักและจำนวนครั้งอย่างไร

แนวทางของ American College of Sports Medicine (ACSM) สำหรับการเพิ่มขนาดกล้าม แนะนำให้มือใหม่และระดับกลางใช้น้ำหนักที่ยกได้ราว 8–12 ครั้งต่อเซ็ต ส่วนคนที่ซ้อมมาหลายปีใช้ได้กว้างขึ้นตั้งแต่ 1–12 ครั้ง โดยเน้นช่วง 6–12 ครั้งเป็นหลัก (Ratamess และคณะ, 2009)

  • ท่าหลักหลายข้อต่อ เช่น เบนช์เพรส สควอต บาร์เบลโรว์ มักใช้ราว 6–10 ครั้งต่อเซ็ต
  • ท่าเล็ก เช่น ยกดัมเบลด้านข้าง เคิร์ลแขน คาล์ฟเรส มักใช้ราว 10–15 ครั้งต่อเซ็ต
  • ความหนัก จบเซ็ตส่วนใหญ่เมื่อยังเหลือแรงอีกราว 1–3 ครั้ง มือใหม่เผื่อไว้ 2–3 ครั้งระหว่างที่ยังฝึกท่า

เมื่อทำจำนวนครั้งได้ครบช่วงบนทุกเซ็ตแล้ว ค่อยเพิ่มน้ำหนักทีละน้อยตามหลัก Progressive Overload ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเหลือแรงกี่ครั้ง อ่านวิธีประเมินใน RPE และ RIR คืออะไร แล้วบันทึกเป็นระดับเบา ปกติ หรือหนักสุดใน FitTrack

ควรเลือก 3 วันหรือ 6 วัน

PPL 3 วัน 5 วัน และ 6 วัน
จอพพฤศสอา
3 วันมัดละ 1 ครั้งPushพักPullพักLegsพักพัก
5 วันต่อด้วย Upper LowerPushPullLegsพักUpperLowerพัก
6 วันมัดละ 2 ครั้งPushPullLegsPushPullLegsพัก
PPL 3 วันPPL 6 วัน
เล่นแต่ละมัดสัปดาห์ละ 1 ครั้งสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
พักก่อนเล่นมัดเดิม7 วัน72 ชม.
เหมาะกับมือใหม่ คนที่มีเวลาน้อยซ้อมมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี
ข้อควรระวังความก้าวหน้าอาจช้าลงเมื่อซ้อมไปนาน ๆต้องคุมความหนัก นอนและกินให้พอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • กระโดดไป 6 วันเร็วเกินไป ถ้ายังฟื้นตัวจาก 3 วันไม่ทัน การเพิ่มเป็น 6 วันมักทำให้ล้าสะสมและยกได้น้อยลง
  • ใส่ท่าเยอะเกินจนซ้อมนานเกินไป 4–6 ท่าที่ทำด้วยความตั้งใจได้ผลกว่า 10 ท่าที่ทำแบบเหนื่อยล้า
  • เล่นหนักสุดทุกเซ็ตทุกวัน โดยเฉพาะในตาราง 6 วัน ควรเหลือแรงไว้ในเซ็ตส่วนใหญ่ และสลับวันหนักกับวันเบา
  • ข้ามวันขา ขาเป็นกลุ่มกล้ามใหญ่ ถ้าข้ามบ่อย ตารางจะเสียสมดุลและพลาดการพัฒนาส่วนล่าง
  • ไม่จดน้ำหนักและจำนวนครั้ง ถ้าจำไม่ได้ว่าครั้งก่อนยกเท่าไหร่ ก็ยากที่จะเพิ่มความท้าทายอย่างเป็นขั้นตอน

คำถามที่พบบ่อย

มือใหม่เล่น Push Pull Legs ได้ไหม

ได้ ถ้าเริ่มจากแบบ 3 วันต่อสัปดาห์ เลือกท่าพื้นฐานวันละ 4–5 ท่า และจบเซ็ตเมื่อยังเหลือแรงอีก 2–3 ครั้ง แต่ PPL 3 วันเล่นแต่ละมัดสัปดาห์ละครั้ง ถ้าอยากให้แต่ละมัดได้เล่นบ่อยขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก ตาราง Full Body 3 วันก็เป็นทางเลือกที่ดี

เล่น PPL 6 วันต้องมีวันพักไหม

ควรมีวันพักเต็มอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ในตาราง 6 วันแต่ละมัดได้พักราว 72 ชม. ก่อนถูกเล่นซ้ำ ซึ่งพอดีกับเวลาพักของมัดใหญ่เมื่อเล่นความหนักปกติ ถ้าเล่นหนักสุดทุกครั้งจะฟื้นตัวไม่ทัน จึงควรสลับวันหนักกับวันเบา

กล้ามท้องเล่นวันไหนในตาราง PPL

ตาราง PPL ไม่มีวันเฉพาะสำหรับท้อง เพิ่มท่าท้อง 2–3 เซ็ตท้ายวันไหนก็ได้ เพราะท้องเป็นมัดเล็กที่ใช้เวลาพักพื้นฐานราว 24 ชม. เมื่อเล่นความหนักปกติ

PPL กับ Upper Lower แบบไหนดีกว่า

ขึ้นกับจำนวนวันที่ซ้อมได้ ถ้าซ้อมได้ 4 วัน Upper Lower ให้แต่ละมัดได้เล่นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ถ้าซ้อมได้ 6 วัน PPL แบบวนสองรอบก็ได้ความถี่เท่ากัน ส่วนถ้าซ้อมได้ 3 วัน PPL จะเล่นแต่ละมัดสัปดาห์ละครั้ง

จัดตารางให้อัตโนมัติ

บอกจำนวนวัน แล้วรับตาราง PPL ได้เลย

ในแท็บตารางของ FitTrack เลือกว่าซ้อมได้กี่วันต่อสัปดาห์ แอปจะจัดตารางและบอกเวลาพักของทุกมัดให้

แหล่งอ้างอิง

  1. Schoenfeld BJ, Ogborn D, Krieger JW. Effects of resistance training frequency on measures of muscle hypertrophy: a systematic review and meta-analysis. Sports Med. 2016;46(11):1689–1697.
  2. Schoenfeld BJ, Ogborn D, Krieger JW. Dose-response relationship between weekly resistance training volume and increases in muscle mass: a systematic review and meta-analysis. J Sports Sci. 2017;35(11):1073–1082.
  3. Ratamess NA, Alvar BA, Evetoch TK, et al. American College of Sports Medicine position stand. Progression models in resistance training for healthy adults. Med Sci Sports Exerc. 2009;41(3):687–708.

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยวางแผนการซ้อม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีโรคประจำตัว บาดเจ็บ หรือเพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน